แมวกวนteen
posted on 16 Aug 2007 00:53 by oakfun
edit @ 11 Dec 2007 02:33:44 by buddha
คนเราเกิดมา หลายภพหลายชาติ ต่างมีเจ้ากรรมนายเวรต่างกัน การสวดขอขมาเพื่อลดและปลดหนี้กรรมให้น้อยลง
อธิษฐานหน้าพระพุทธรูป หรือสวดก่อนนอน
(นะโม 3 จบ)
สัพพัง อัพปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง สัพพัง อัพปะราธัง ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต
หากข้าพเจ้า จงใจหรือประมาทพลาดพลั้งล่วงเกิน บิดา - มารดา ครูบาอาจารย์
พระพุทธ พระธรรม พระอรหันต์ทุกพระองค์ พระอริยสงฆ์เจ้า
ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย รวมถึงผู้มีพระคุณ และท่านเจ้ากรรมนายเวร
จะด้วย กายวาจา ใจ ก็ดี ขอให้โปรดอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าด้วย
หากข้าพเจ้ามีเจ้าของในตัวติดตามมาขออนุญาตมีคู่มีครอบครัว
ได้เหมือนคนปกติทั่วไป ขอถอนคำอธิษฐานคำสาบานที่จะติดตามคู่ในอดีต
ขอให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระต่อกัน
ข้าพเจ้าจะประพฤติตนในทางที่ถูกที่ชอบที่ควร
ขอบุญบารมีในอดีตการณ์ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน
จงส่งผลให้ข้าพเจ้าและครอบครัวตลอดจนบริวารที่เกี่ยวข้อง
จงเจริญด้วย อายุวรรณะ สุ ขะ พละ ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ สติปัญญา ปฏิภาณ ธณสารสมบัติ
อุปสรรค ใดๆ โรคภัยใดๆ ขอให้มลายสิ้นไป
ขอให้ข้าพเจ้า มีความสว่างทั้ง ทางโลก ทางธรรม
ตั้งแต่บัดนี้ ตราบเข้าสู่พระนิพพาน เทอญ
หากผู้ใดเคยสร้างเวรสร้างกรรมกับข้าพเจ้า ไม่ว่าจะชาติใด ภพใดก็ตาม
ข้าพเจ้ายินดี คือ อโหสิกรรมให้ ขอถอนความพยาบาท ความอาฆาตและคำสาปแช่งในทุกชาติทุกภพ
ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากความสาปแช่งของปวงของเจ้ากรรมนายเวร
ขอให้พ้น นรกภูมิ พบแสงสว่างทั้งทางโลก ทางธรรมเทอญ....
อภิธรรมในโรงภาพยนตร์
ภาพยนตร์เป็นผลผลิตของเทคโนโลยี ประกอบกับความสามารถสร้างสรรค์
ศิลปะการแสดงของมนุษย์ การเข้าไปพักผ่อนหาความบันเทิงในโรงภาพยนตร์
อันเป็นพฤติการณ์รมสามัญของผู้คนยุคปัจจุบัน เมื่อศึกษาวิเคราะห์เพื่อหา
ความเข้าใจ ในเรื่องการทำงานของจิตใจตนเองในขณะนั้นๆจะช่วยให้เรา
เข้าใจปรากฏการณ์โลกและชีวิต
ชัดเจนขึ้น
เราเข้าไปนั่งมองดูจอผ้า หรือโลหะแผ่นขาวกว้างใหญ่ ซึ่งว่างเปล่า
เมื่อดับไฟในโรงมืดลงแล้ว มีลำแสงสว่างจากเครื่องฉาย ส่องข้ามศีรษะ
ของเราไปตกบนจอ ระบบทัศนศาสตร์ของเครื่อง จัดไว้เพื่อฉายภาพที่
ถ่ายและอัดไว้บนม้วนฟิล์ม ไปตกบนจอทีละกรอบ หรือทีละภาพแสงสว่าง
ซึ่งมีสีสันและความเข้มมากน้อย ซึ่งตกบนจอนั้น เมื่อเรารับรู้ทางตา
วิถีจิตรู้ทางตาก็เกิดขึ้นมากมายนับล้านวิถี แม้ในเสี้ยวของวินาที
โดยจับแต่ละจุดบนจอ เกิดวิถีซ้ำกัน รับช่วงสีสันสว่างมืดของจุดนั้นมา
พิจารณาซ้ำแล้วซ้ำอีก
ถัดจากนั้น จักขุวิญญาณก็เกิดขึ้น รับรู้สีสันสว่างมืดของจุดอื่นถัดไปเช่นกัน
โดยเกิดวิถีจิตขึ้นอีกนับล้านวิถี.... แต่ละขบวนของวิถีจิต รับรู้สีสันสว่างมืด
ของแต่ละจุดบน แผ่นจอ แล้วในช่วงต่อมา ก็เกิดขบวนวิถีจิตที่
ประมวลรวมแต่ละส่วนของผืนจอ ซึ่งจิตอาจจับเอาเป็นรูปร่างได้
ด้วยความหมายรู้
(สัญญา) ว่าคนนั้น นี่ต้นไม้ โน่นก้อนเมฆ ฯลฯ
ต่อจากนั้นก็เกิดขบวนวิถีจิตที่ความหมายรู้นั้นๆ
ตามที่ผู้คนทั้งหลายกำหนดหมายในใจ โดยชัดเจนว่า
เป็นคน ต้นไม้
ก้อนเมฆแต่ยังไม่มีถ้อยคำเรียกชื่อใดๆก่อน
ต่ออีกคราวหน้า ...............